เป้าหมายในการ 1:1 กับน้องในทีม

มีหลายครั้งที่ฉันตั้งใจนัดน้องเพื่อให้ feedback ให้เร็วที่สุด เมื่อน้องทำงานพลาด หรือทำงานไม่ตรงตามความคาดหวัง ในความคิดมีระบบทบทวนว่าจะไม่พูดรุนแรงอย่างไร จะสื่อสารอย่างไร จะใช้ประโยคหรือน้ำเสียงแบบไหน เพื่อไม่ให้อารมณ์ไปกระทบกับน้อง และให้น้องเข้าใจเราให้มากที่สุด
แม้ว่าฉันจะตั้งใจแล้วว่า จะสื่อสารแบบไหนให้น้องเข้าใจเราให้มากที่สุด แต่แล้วเมื่อจบ session ด้วยเป้าแบบนี้ น้องก็จะไม่เข้าใจเราเท่าที่เราอยากให้เข้าใจอยู่ดี
เมื่อฉันได้ทบทวน ผ่านประสบการณ์ในการคุยกับน้องมากมายทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ ฉันก็ได้ค้นพบว่า ฉันควรตั้งเป้าหมายให้สูงกว่านี้ จนฉันได้เป้าหมายใหม่ค่ะ นั่นคือ
...ฉันจะเพิ่มคุณค่าให้น้องคนนี้อย่างไรได้บ้าง
เมื่อฉันตั้งเป้าแบบนี้แล้ว ข้อมูลไม่ด่วนที่ฉันเก็บสะสมไว้เป็น personal info ของน้องคนนี้ จะเกิดขึ้นในหัวตั้งแต่เราเริ่มปักวัน ฉันจะเขียน note เล็กๆ ข้อความสั้นๆ ในเรื่องที่ฉันจะพูดกับน้อง ไม่ว่าจะเป็น…
- สิ่งที่ฉันต้องติ
- สิ่งที่ฉันต้องชม
- สิ่งที่ฉันคิดว่าควรแนะนำ
- สิ่งที่ฉันอยากจะปรึกษาร่วมกัน
แต่โปรแกรมการพัฒนาตัวน้องทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นอย่างบางเบา หรืออย่างเข้มข้น ตัวน้องจะเป็นคนเลือกเองค่ะ ผ่านการถามจนได้เป็นข้อตกลงระหว่างเรา (ฉันและน้อง) เพราะฉันมีกฎเหล็กประจำตัวอย่างหนึ่ง คือ จะไม่โค้ชใคร ถ้าคนคนนั้นไม่ต้องการ
เพราะฉันมีประสบการณ์ในการพยายามโค้ชให้กับคนที่ไม่ต้องการ ก็เหมือนกับการที่เรายังไม่เชื่อมสะพานใจถึงกัน แล้วต้องมาสื่อสารระดับลึกด้วยกัน ผู้รับสารจะไม่เปิดใจ เมื่อไม่เปิดใจ ก็จะฟังผ่านๆ สุดท้ายผลลัพธ์ คือ เสียเวลาของเราทั้งคู่ค่ะ
ฉันเชื่อว่า ถ้าเราตั้งเป้าเพื่อผลประโยชน์ของน้องแล้ว บรรยากาศหรือประโยคต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน session จะพุ่งเป้า และเชื่อมโยงไปถึงใจน้องได้โดยธรรมชาติเลยค่ะ
หวังว่าการ one on one ของคุณครั้งต่อไป
จะเป็นไปด้วยรอยยิ้มนะคะ